การผ่าตัดขากรรไกรทันทีก่อนจัดฟัน (Surgery First Protocol)

   การจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร คืออะไร? นั่นก็คือการผ่าตัด หรือ ศัลยกรรมกระดูกขากรรไกรบนใบหน้า โดยมีการร่วมกับการจัดฟัน ซึ่งการผ่าตัดขากรรไกรนั้น อาจจะผ่าขากรรไกรเดียว(1-jaw) หรือ สองขากรรไกร(2-jaw) ก็ได้ ขึ้นกลับลักษณะความผิดปกติของขากรรไกร โดย ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการจะทำการขยับเคลื่อนกระดูกขากรรไกร ตามแผนการรักษา เพื่อให้มีใบหน้าที่สวยงาม และการสบฟันที่ดีขึ้น

 

โดยการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร จะแบ่งออกได้เป็นสองแบบ

  1.  แบบดั้งเดิม (Conventional approach) (จัดฟัน->ผ่าตัด->จัดฟัน)
       คือการจัดฟันก่อน โดยช่วงนี้ มักใช้ระยะเวลาประมาณ18 เดือน จากนั้นจึงผ่าตัดขากรรไกร และจัดฟันต่อหลังจากผ่าตัดขากรรไกร ต่ออีกประมาณ6 เดือน
  2. แบบผ่าตัดก่อนจัดฟัน (Surgery-first approach)
       
    วิธีนี้เป็นรูปแบบการรักษาที่เริ่มนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากวิธีดั้งดิม มีข้อจำกัดในเรื่องระยะเวลาการรักษาที่ค่อนข้างนาน และ ในบางระยะของการรักษาผู้ป่วย(ก่อนผ่าตัดขากรรไกร) ผู้ป่วยจะมีการสบฟัน และใบหน้าที่ดูผิดปกติรุนแรงขึ้น ซึ่งเป็นลักษณะที่ไม่พึงประสงค์ของผู้ป่วย

    ข้อดีของการรักษาแบบผ่าตัดก่อนจัดฟัน
    1. ลดระยะเวลาการรักษาได้ประมาณ12-18เดือน เนื่องจากไม่มีระยะเวลาจัดฟันก่อนผ่าตัดขากรรไกร
    2. แก้ไขความผิดปกติของใบหน้าและขากรรไกรได้ตั้งแต่เริ่มแรกของการรักษา รวมถึงไม่มีระยะที่ทำให้ใบหน้าหรือการสบฟันที่ผิดปกติรุนแรงกว่าเดิม
    3. การจัดฟันสามารถเคลื่อนฟันได้ไวขึ้น ภายหลังจากการผ่าตัด (Regional accerlatory phenomenon)
    4. หากมีการคืนตัวกลับของกระดูกขากรรไกรจากการผ่าตัด สามารถแก้ไขในระหว่างการรักษาจัดฟัน

    ข้อจำกัด และข้อควรทราบเกี่ยวกับการรักษาโดยการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร
    1. ต้องมีข้อมูลผู้ป่วย ครบถ้วน เพื่อการรักษาที่แม่นยำ และวางแผนการรักษาที่ถูกต้อง
    2. อาศัยความชำนาญของหมอผ่าตัดขากรรไกรและหมอจัดฟันอย่างสูง
    3. ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ป่วย มาพบแพทย์ตามนัดต่อเนื่องและรักษาดูแลความสะอาดในช่องปากอย่างดี
    4. หากมีความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร (TMDs) เช่นมีเสียง “คลิ๊ก” ที่หน้าหู เวลาอ้าปาก-หุบปาก อาจจำเป็นต้องรับการรักษาข้อต่อขากรรไกรก่อน
    5. ผู้ป่วยควรมีอายุ มากกว่า18 ปี และหมดการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกรแล้ว
    6. การรักษานี้ เป็นการรักษาเฉพาะบุคคล ซึ่งอาจได้รับผลการรักษาที่แตกต่างกัน
    7. ความเสี่ยง ผลข้างเคียงภายหลังจากการผ่าตัด คือมีอาการบวม หรือฟกช้ำในช่วง3 วันแรกหลังจากการผ่าตัด หรืออ้าปากได้จำกัด และมีอาการชาบริเวณแก้มหรือคาง ซึ่งอาจต้องปรึกษากับหมอผู้ทำการผ่าตัดก่อน


    เอกสารอ้างอิง (References)
    - Eric J.W.Liou (2011). Surgery-First Accelerated Orthognathic Surgery: Orthodontic Guidelines and Setup for Model Surgery
    - Eric J.W.Liou (2011). Surgery-First Accelerated Orthognathic Surgery: Postoperative Rapid Orthodontic Tooth Movement
    - Jeong Hwan Kim, NiloufarNouriMahdavie and Carla A. Evans (2012). Guidelines for “Surgery First”Orthodontic Treatment, Orthodontics - Basic Aspects and Clinical Considerations, Prof. FaridBourzgui (Ed.):265-300
    - Johan P.Reyneke. Orthognathic surgery . 2nd ed. Canada: Quintessence Publishing ; 2010

 

 

โดย ทพ.ณัฐพงษ์ อุดมลาภธรรม

 

 

เปรียบเทียบใบหน้า ก่อนผ่า-หลังผ่า

ก่อนผ่า
หลังผ่า

 

 

 

เปรียบเทียบการสบฟัน ก่อนผ่า-หลังผ่า3เดือน

ก่อนผ่า
หลังผ่า


 


 

 

รายชื่อ ทีมแพทย์

ทันตแพทย์จัดฟัน

ทพ.ณัฐพงษ์ อุดมลาภธรรม

  • Certificate in Residency training in Department of Craniofacial Orthodontics, Chang Gung Memorial Hospital, Taiwan
  • Msc in Craniofacial Orthodontics, Chang Gung University, Taiwan

แพทย์ผ่าตัด

  • ทีมโรงพยาบาลธรรมศาสตร์
  • ทีมโรงพยาบาลรามาธิบดี
  • ทีมโรงพยาบาลศิริราช