บริการทางทันตกรรม : โรคเหงือกอักเสบ และโรคปริทันต์อักเสบ
โรคเหงือกอักเสบ (Gingivitis) คือ อาการอักเสบของเหงือก ซึ่งเกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่ ผลข้างเคียงของ การรับประทานยาบางชนิด และการเปลี่ยนแปลงของระดับ ฮอร์โมนในร่างกายเป็นต้น
โรคปริทันต์อักเสบ หรือ โรคเยื่อหุ้มฟันอักเสบ (Periodontitis) มักก่อให้เกิดการละลายของรากฟัน เป็นสาเหตุของอาการ ฟันโยกและอาจต้องทำการถอนฟันทิ้งไปในที่สุด และยังเป็น สาเหตุของกลิ่นปากอีกด้วย
วิธีการรักษาโรคเหงือก โรคปริทันต์ ประกอบด้วย [คลิกอ่านตามหัวข้อ]
- การขูดหินปูน หรือ การเกลารากฟัน
- การผ่าตัดศัลยกรรมเหงือก
- การปลูกเหงือก
- ศัลยกรรมเหงือกเพื่อเพิ่มความยาวของฟัน
- รากฟันเทียม
การเกลารากฟัน เป็นวิธีการเบื้องต้นในรักษาโรคเหงือกอักเสบและโรคเยื่อหุ้ม ฟันอักเสบ ประโยชน์ของการ “เกลารากฟัน” ..อ่านต่อ
การปลูกถ่ายเหงือก เป็นวิธีการแก้ปัญหาเหงือกร่น โดยวิธีการนี้จะช่วยเพิ่มปริมาณ และความหนาของเหงือกในบริเวณที่เกิดการเหงือกร่น | ปัญหาเหงือกร่น แก้ไขได้! ..อ่านต่อ
การผ่าตัดเหงือกเพื่อเพิ่มความยาวของฟัน โดยปกติจะทำกับฟันหน้า เพื่อเพิ่มความสวยงาม ให้กับฟันที่เข้ารับการทำครอบฟันหรือเคลือบผิวฟันเพื่อความสวยงาม
การฝังรากเทียม เป็นวิธีการทางทันตกรรมที่ทำการทดแทนรากฟันที่สูญเสียไปด้วยการฝังวัสดุไททาเนียมขนาดเล็กลงบนกระดูกรองรับฟัน แล้วจึงทำการติดยึดครอบฟันบนรากฟันเทียมนั้น
ข้อดีของการเกลารากฟัน รักษาโรคปริทันต์ โรคเหงือก
- ช่วยลดปัญหากลิ่นปากที่เป็นสิ่งที่รบกวนคนรอบข้างได้ ทำให้คุณมีความมั่นใจมากขึ้น
- เมื่อกำจัดหินปูนอยู่ในเหงือกออก ฟันก็จะทำให้ฟันของเราแข็งแรงขึ้น
- การเกลารากฟันที่ขจัดคราบหินปูนจึงช่วยให้เหงือกมีสุขภาพที่ดีขึ้น
- การเกลารากฟันจะช่วยทำความสะอาดที่ลึกลงไปถึงรากฟัน ทำให้เหงือกแข็งแรง และช่วยป้องกันการเกิดโรคปริทันต์
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็น โรคเหงือก?
หากคุณพบอาการของปัญหาเหงือกดังต่อไปนี้ แนะนำให้ทำความสะอาดช่องปากให้ถูกวิธี และเริ่มวางแผนการรักษารากฟัน ก่อนที่เราจะเสียฟันแท้ไป
เหงือกปกติ
กระดูกและเหงือก ยึดฟันแน่น
โรคเหงือกอักเสบ
เหงือกมีความนุ่ม อักเสบ และอาจมีเลือดออก
โรคปริทันต์อักเสบ
เหงือกร่น ฟันโยก มักก่อให้เกิดการละลายของรากฟัน
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับโรคเหงือกอักเสบ โรคปริทันต์ [FAQs on Periodontics ]
ปัญหาของโรคเหงือก เหงือกอักเสบเกิดจากการดูแลสุขภาพในช่องปากไม่ดีพอ จึงเกิดการสะสมของคราบจุลินทรีย์ตามบริเวณขอบเหงือก และซอกฟัน เมื่อแปรงฟันไม่ทั่วถึงก็จะเกิดการสะสมของคราบจุลินทรีย์มากขึ้น จนกลายเป็นคราบหินปูน ทำให้เกิดการอักเสบของเหงือกและเนื้อเยื่อปริทันต์ที่อยู่รอบๆ
การมีเลือดออกตามไรฟัน เป็นสัญญาณของ ปัญหาโรคเหงือกอักเสบ ทำให้เนื้อเยื่อเสียหายอย่างถาวร และสูญเสียฟันในตำแหน่งนั้นได้
ดังนั้น ควรรีบพบทันตแพทย์ เพื่อตรวจรักษาอาการก่อนที่จะสายเกินไป ..ปรึกษา-จองคิว ที่นี่
- ควรแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง และใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เป็นส่วนประกอบ นอกจากนี้ ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันทุก ๆ 3-4 เดือน
- ดื่มน้ำให้มากๆ เพราะจะช่วยขจัดเศษอาหารตามซอกฟัน และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดคราบพลัคที่ฟันได้
- หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง
- งดสูบบุหรี่
- พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือน
ข้อมูลจาก : ปัญหาเหงือกร่น แก้ไขได้ (คลิก)
ราคาการรักษาเหงือกจะแตกต่างกันไปตามประเภทของการรักษา ที่ศูนย์ทันตกรรม BIDC ค่าทำความสะอาดเหงือกมีตั้งแต่ 300 บาท/ซี่ – 2,500 บาท (ต่อ 1 ส่วน 4 ของช่องปาก) และสำหรับการศัลยกรรมเหงือก โดยปกติค่ารักษาจะคิดตามพื้นที่ของช่องปาก โดยราคาเริ่มต้นประมาณ 10,000 – 20,000 บาท/พื้นที่
สำหรับการผ่าตัดเหงือก และรักษาเหงือกทั้งหมด ที่ศูนย์ทันตกรรม BIDC จะทำการรักษาโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเหงือก ไม่ใช่ทันตแพทย์ทั่วไป
เมื่อต้องทำการรักษาทันตแพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะจุด เพื่อบรรเทาความเจ็บ/ปวดที่จะเกิดขึ้นระหว่างทำการรักษา ผู้ป่วยจึงไม่ต้องกังวลว่าขณะทำการรักษาจะเกิดอาการเจ็บ/ปวด
แต่อาการเจ็บ – ปวด สามารถเกิดขึ้นได้ เมื่อฤทธิ์ยาชาหมดแล้ว ซึ่งทางคลินิก/ศูนย์ทันตกรรมจะจ่ายยาแก้ปวดกับยาปฏิชีวนะที่ช่วยรักษาแผล เพื่อป้องกันการติดเชื้อของแผล
สรุป – โรคเหงือกอักเสบ โรคปริทันต์ (Periodontics)
สำหรับโรคเหงือกอักเสบ และโรคปริทันต์ ทันตแพทย์จะทำการรักษาโรคโดยการทำความสะอาดเหงือก หรือการวางแผนรากฟัน เหงือกที่เสียหาย เหงือกส่วนเกินอาจถูกกำจัดออกโดยการผ่าตัดเหงือก ถ้าหากมีปัญหาเหงือกร่น การปลูกถ่ายเหงือกอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ใช้รักษาเหงือกของเรา เพราะเป็นการสร้างเนื้อเยื่อเหงือกที่หนาขึ้น จะช่วยป้องกันการร่นของเหงือก และช่วยให้มีการเสียวฟันลดลง
เหงือกที่ได้รับผลกระทบจากโรคปริทันต์อักเสบสามารถที่จะรักษาได้โดยการขูดหินปูนใต้เหงือก หรือ การทำความสะอาดร่วมกับการผ่าตัดศัลยกรรมเหงือก ระยะเวลาในการรักษาโรคโรคปริทันต์อักเสบนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาเกี่ยวกับเหงือก ควรพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน เพื่อตรวจสุขภาพปากและฟัน ให้ฟันแท้อยู่กับเราไปนานๆ
สำหรับการผ่าตัดเหงือก และรักษาเหงือกทั้งหมด ที่ศูนย์ทันตกรรม BIDC จะทำการรักษาโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเหงือก ไม่ใช่ทันตแพทย์ทั่วไป
ดูข้อมูล : ทันตแพทย์ผู้ให้การรักษาทันตกรรม ประจำคลินิกทันตกรรม BIDC (คลิก)
